PSG เงียบกว่าที่คิด

    หลังจากที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดนักเตะอย่างมากเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ทำให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสเกือบมีปัญหาเรื่องของกฏไฟแฟนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ หลังจากที่ไปสอยเนย์มาร์ จากบาร์เซโลน่าตามค่าฉีกสัญญา 222 ล้านยูโร ทำให้พวกเขาต้องขายนักเตะอย่างลูคัส มูร่า แซร์จ โอริเย่ร์ ไปให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ รวมถึงแบลส มาทุยดี้ไปให้กับยูเวนตุส เพื่อเอาเงินมาเข้าคลังบ้างและให้ยอดงบดุลผ่านเกณฑ์ที่ทางฟีฟ่ากำหนด พอมาถึงช่วงซัมเมอร์นี้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากมาจนถึงป่านนี้แล้วพวกเขาก็ยังไม่ได้เสริมทัพแบบต้องเสียเงินเลยแม้แต่รายเดียว หากไม่นับคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสที่น่าจะเป็นดีลที่ค้างมาจากฤดูกาลที่แล้ว ที่ทางสโมสรยืมตัวมาจากโมนาโกก่อน ก่อนจะมาซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์นี้ในราคาถึง 120 ล้านปอนด์ และนอกจากนี้พวกเขาก็ยังได้จานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 40 ปีที่หมดสัญญาจากยูเวนตุสมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวอีกรายเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นนักเตะที่กลับมาจากการถูกปล่อยยืมตัว และการดันเด็กขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่เท่านั้น ที่จะเป็นนักเตะหน้าใหม่ในฤดูกาลนี้ของทีม โดยมีทิโมธี เวอา ลูกชายของจอร์จ เวอา อดีตตำนานของเอซี มิลาน ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานาธิบดีของประเทศไลบีเรียอยู่ด้วย ซึ่งเราจะได้เห็นลูกชายของเขาในทีมชุดใหญ่ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงในฤดูกาลหน้า ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ซึ่งจะเก่งเหมือนพ่อหรือไม่คงต้องมาดูกัน แต่นอกจากนี้พวกเขาไม่ได้ทำการซื้อขายใครเข้ามาสู่ถิ่นปาร์ค เดอ แปรงค์เลย และแถมยังไม่มีข่าวลือต่างๆ ที่อาจจะไปสนใจหรือเล็งใครไว้ด้วยซ้ำ

การที่สโมสรเศรษฐีอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมงจะเงียบมากในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ถูกมองว่าน่าจะเป็นเพราะพวกเขากลัวถูกเล่นงานจากสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ในเรื่องของกฏการใช้เงินเกินตัว หรือไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์นั่นเอง ซึ่งหากถูกลงโทษจะทำให้พวกเขาต้องอดเล่นในฟุตบอลถ้วยของยุโรปคือศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งจะทำให้สโมสรเสียหายอย่างหนัก ช่วงนี้ทีมจึงต้องเงียบไว้ก่อน และพยายามปล่อยนักเตะที่ไม่ใช้งานออกจากทีมไป เพื่อให้ได้เงินมาสู่สโมสรบ้าง โดยซัมเมอร์นี้พวกเขาปล่อยนักเตะออกจากทีมไปได้เงินมาเกือบ 60 ล้านปอนด์แล้ว โดยมีฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ที่ขายให้โรม่าแพงสุดที่ 22 ล้านปอนด์

Tagged with

จุดสูงสุดของ PSG

    หลังจากที่เข้ามาทำการเทคโอเวอร์สโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมงของท่านชีคนาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2011 ทีมเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสก็เริ่มประสบความสำเร็จมาโดยตลอด โดยสามารถคว้าแชมป์ลีก เอิง มาได้ถึง 5 สมัยเลยทีเดียว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มทุนของเขาต้องการ เป้าหมายสูงสุด และหนึ่งเดียวของนายทุนจากตะวันออกกลางก็คือ ต้องการให้ทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองให้จงได้ ซึ่งเริ่มมีความใกล้เคียงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว จากการเริ่มสะสมดาวเตะตัวเก่งเข้ามาเสริมทีมเรื่อยๆ และสร้างรากฐานจากระบบเยาวชน จนถึงตอนนี้เริ่มมีดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่บ้างแล้ว และบางรายได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติฝรั่งเศสเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย อย่างเช่นเครสเนล คิมเป็มเบ้ ปราการหลังร่างใหญ่ ที่มีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียด้วย

นอกจากการสร้างรากฐานจากระบบเยาวชนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการใช้เงินมหาศาลในการกว้านซื้อสุดยอดนักเตะเข้าสู่สโมสรอย่างต่อเนื่อง และเมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาพึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอล นั่นคือการยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับบาร์เซโลน่าสูงถึง 222 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าตัวของเนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยนเข้ามาสู่ถิ่นปาร์ค เดอร์ แปรงค์ ทำให้กองหน้าวัย 26 ปี กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกในทันที แถมยังปิดดีลกับคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งจากโมนาโกมาร่วมทีมได้อีกด้วย ทำให้พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งให้กับอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนได้ใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็ทำได้เพียงการเป็นแชมป์ฟุตบอลภายในประเทศทั้ง 3 รายการเท่านั้น แต่ในส่วนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของเรอัล มาดริดนั่นเอง ทำให้กุนซือชาวสแปนิชต้องถูกปลดจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

มาในฤดูกาลนี้สโมสรได้ทำการแต่งตั้งโทมัส ทูเคิ่ล กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันเข้ามาคุมทีม โดยกุนซือหนุ่มวัย 44 ปี เคยคุมโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมดังของบุนเดสลีก้า และมีสถิติคุมทีมที่ยอดเยี่ยม โดยสามารถพาทีมมีเปอร์เซ็นต์ชนะถึง 62% เลยทีเดียว และสิ่งที่กำลังถูกชาวโลกจับตามองอีกอย่างหนึ่งก็คือพวกเขาจะทุ่มเงินซื้อใครเข้ามาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งคว้าตัวจานลุยจิ บุฟฟ่อน นายด่านระดับตำนานชาวอิตาลีเข้ามาร่วมทีมเพียงรายเดียวเท่านั้นจนถึงตอนนี้ ซึ่งระดับท่านชีคคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่