แนวทางใหม่ของโมนาโก

     โมเดลการบริหารทีมฟุตบอลแบบนักธุรกิจ กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเกิดการลงทุนกับการซื้อกิจการทีมฟุตบอลทั่วโลก แต่กับมหาเศรษฐีบางคนอาจจะซื้อทีมฟุตบอลเหมือนเป็นของเล่น และต้องการความสำเร็จอย่างรวดเร็วตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งมหาเศรษฐีเหล่านี้มักเป็นบุคคลที่รวยจริง และไม่ต้องการเงินที่ลงทุนไปคืนแต่อย่างใด แต่ต้องการความสำเร็จตามที่ต้องการมากกว่า อย่างเช่นโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ เจ้าของปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือท่านชีคเจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเจ้าของทีมเหล่านี้ล้วนลงทุนเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ

แต่มาในยุคหลังๆ มีแนวทางการบริหารทีมแบบใหม่ที่แพร่หลาย แต่การบริหารแบบนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับผลตอบแทนที่เป็นกำไรจากการซื้อขายนักเตะมากกว่า นั่นคือรูปแบบการซื้อมาขายไป โดยพวกเขาจะเน้นการซื้อนักเตะดาวรุ่งที่มีอนาคตเข้ามาเสริมทีมในราคาย่อมเยาว์ และพร้อมขายนักเตะเหล่านั้น หลังจากที่โชว์ผลงานได้ดีในปีต่อๆ มา ซึ่งพวกเขาจะได้ส่วนต่างจากกำไรนี้พอสมควร อย่างที่เอฟซี ปอร์โต้ เคยทำเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อพวกเขามักซื้อนักเตะจากทวีปอเมริกาใต้มาปลุกปั้น และปล่อยให้โชว์ผลงานให้เตะตาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป และพร้อมขายทันทีเมื่อได้ข้อเสนอที่จะทำให้เขาได้กำลัง 10-20 ล้านปอนด์ ซึ่งนอกจากจะได้ผลกำไรที่ดีงามแล้ว พวกเขายังมีโอกาสประสบความสำเร็จอีกด้วย หากนักเตะเหล่านั้นมีความสามารถจริง และได้กุนซือที่ยอดเยี่ยม อย่างที่ทีมโมนาโกกำลังใช้รูปแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน

โมนาโกได้ใช้รูปแบบการทำทีมแบบนี้มาซักระยะหนึ่งแล้ว และเขาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามด้วย เพราะพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีก เอิงได้สำเร็จเมื่อฤดูกาล 2016-2017 และเป็นฤดูกาลที่แจ้งเกิดนักเตะดาวรุ่งหลายราย และพวกเขาสามารถทำเงินจากนักเตะในชุดนั้นได้หลายร้อยล้านปอนด์เลยทีเดียว ทั้งคิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ปล่อยให้กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง แบร์นาโด้ ซิลวา แบร์กจาแม็ง เมนดี้ ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และติเอมูเอ้ บากาโยโก้ให้เชลซีตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่พวกเขาก็สามารถหาซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาทดแทนได้ ซึ่งทำให้ทีมไม่ได้แย่ลงมากนัก และยังสามารถจบอันดับ 2 ของตารางได้ และฤดูกาลนี้พวกเขาก็ยังขายโตมาส์ เลอมาร์ ให้กับแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวถึง 60 ล้านปอนด์ และฟาบินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมให้ลิเวอร์พูล 45 ล้านปอนด์ ซึ่งพวกเขามีระบบเยาวชนที่ยอดเยี่ยม และแมวมองที่ดี ทำให้การบริหารแบบนี้จึงประสบความสำเร็จ

จุดสูงสุดของ PSG

    หลังจากที่เข้ามาทำการเทคโอเวอร์สโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมงของท่านชีคนาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2011 ทีมเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสก็เริ่มประสบความสำเร็จมาโดยตลอด โดยสามารถคว้าแชมป์ลีก เอิง มาได้ถึง 5 สมัยเลยทีเดียว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มทุนของเขาต้องการ เป้าหมายสูงสุด และหนึ่งเดียวของนายทุนจากตะวันออกกลางก็คือ ต้องการให้ทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองให้จงได้ ซึ่งเริ่มมีความใกล้เคียงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว จากการเริ่มสะสมดาวเตะตัวเก่งเข้ามาเสริมทีมเรื่อยๆ และสร้างรากฐานจากระบบเยาวชน จนถึงตอนนี้เริ่มมีดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่บ้างแล้ว และบางรายได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติฝรั่งเศสเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย อย่างเช่นเครสเนล คิมเป็มเบ้ ปราการหลังร่างใหญ่ ที่มีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียด้วย

นอกจากการสร้างรากฐานจากระบบเยาวชนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการใช้เงินมหาศาลในการกว้านซื้อสุดยอดนักเตะเข้าสู่สโมสรอย่างต่อเนื่อง และเมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาพึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอล นั่นคือการยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับบาร์เซโลน่าสูงถึง 222 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าตัวของเนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยนเข้ามาสู่ถิ่นปาร์ค เดอร์ แปรงค์ ทำให้กองหน้าวัย 26 ปี กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกในทันที แถมยังปิดดีลกับคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งจากโมนาโกมาร่วมทีมได้อีกด้วย ทำให้พวกเขามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งให้กับอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนได้ใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็ทำได้เพียงการเป็นแชมป์ฟุตบอลภายในประเทศทั้ง 3 รายการเท่านั้น แต่ในส่วนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของเรอัล มาดริดนั่นเอง ทำให้กุนซือชาวสแปนิชต้องถูกปลดจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

มาในฤดูกาลนี้สโมสรได้ทำการแต่งตั้งโทมัส ทูเคิ่ล กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันเข้ามาคุมทีม โดยกุนซือหนุ่มวัย 44 ปี เคยคุมโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมดังของบุนเดสลีก้า และมีสถิติคุมทีมที่ยอดเยี่ยม โดยสามารถพาทีมมีเปอร์เซ็นต์ชนะถึง 62% เลยทีเดียว และสิ่งที่กำลังถูกชาวโลกจับตามองอีกอย่างหนึ่งก็คือพวกเขาจะทุ่มเงินซื้อใครเข้ามาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งคว้าตัวจานลุยจิ บุฟฟ่อน นายด่านระดับตำนานชาวอิตาลีเข้ามาร่วมทีมเพียงรายเดียวเท่านั้นจนถึงตอนนี้ ซึ่งระดับท่านชีคคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่