ผลงานของ ‘วิเอร่า’

live22sure.com

   เหล่านักเตะระดับพระกาฬในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ต่อมาจนถึงช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 2000 หลายๆ คนก็ได้ทำการแขวนสตั๊ดกันไปหมดแล้ว โดยก็มีหลายคนด้วยกันที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม และมีบางส่วนที่หันไปเป็นผู้บรรยาย หรือว่านักเตะวิเคราะห์ตามสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ในอังกฤษ โดยนักเตะชื่อดังส่วนใหญ่นั้นก็เลือกที่จะหันมาเป็นกุนซือหลายคนทีเดียว ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส ที่คุมทีมเรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่จากสเปนเพียงแค่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น แต่กลับสามารถพาทีม “ราชันยุชุดขาว” คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อนหน้านี้ด้วย และนักเตะฝรั่งเศสรุ่นน้องหลายคนก็ได้เจริญรอยตามการเป็นกุนซือหลายคนเช่นกัน และหนึ่งในนั้นก็คือปาทริค วิเอร่า อดีตกองกลางตัวรับพันธุ์ดุของอาร์เซน่อล และทีมชาติฝรั่งเศสนั่นเอง

            ปาทริค วิเอร่า ในวัย 42 ปีไม่ใช่เพิ่งมาทำงานโค๊ชในฤดูกาลนี้แต่อย่างใด แต่เขาเริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนแขวนสตั๊ดกับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อปี 2011 แล้ว โดยเขาได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารฟุตบอลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในตอนนั้น และได้เริ่มมีโอกาสเป็นกุนซือให้กับทีมนิวยอร์ค ซิตี้ ในปี 2016 ซึ่งก็เป็นทีมในเครือเดียวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั่นเอง โดยผลงานการคุมทีมของอดีตนักเตะอาร์เซน่อลยุคไร้พ่ายรายนี้ถือว่าไม่เลวทีเดียว โดยเขาสามารถพาทีมนิวยอร์ค ซิตี้ ทำอันดับได้ดีกว่าเดิมถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และในฤดูกาลล่าสุดนี้เขาก็ทำทีมไม่แพ้ใครเลยในช่วง 7 นัดแรกของฤดูกาล ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายใหม่ในการคุมทีมในยุโรป ซึ่งมีนีซ ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาพอดี ทำให้เขาตัดสินใจมาคุมทีมในที่สุด

ผลงานของนีซ ทีมทางตอนใต้ของฝรั่งเศสในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเริ่มฤดูกาลได้ไม่ดีก็ตาม แต่ระยะหลังมานี้พวกเขาสามารถเริ่มเก็บชัยชนะติดต่อกัน ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับหัวตารางแล้ว แต่ปัญหาของทีมในฤดูกาลนี้ก็คือเกมรุกที่ไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง มิเช่นนั้นพวกเขาน่าจะทำอันดับได้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะมาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าจอมเกรียนชาวอิตาเลี่ยน ที่ยังไม่สามารถทำประตูช่วยทีมในฤดูกาลนี้ได้เลย ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังมากๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเสียอลาสซาน เปลอา กองหน้าตัวเก่งไปให้กับกลัดบัคในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลด้วย ทำให้แนวรุกของทีมนั้นมีปัญหาทันที แต่ถือว่าเท่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงฝีมือของปาทริค วิเอร่าพอสมควรแล้ว