ปารีสฯ กับกฏ FFP

    ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมเศรษฐีของลีก เอิงในฝรั่งเศสกำลังมีปัญหาในเรื่องของการใช้เงินซื้อนักเตะเกินงบดุลที่พวกเขาหารายได้มา ซึ่งกำลังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่าจ้องเล่นงานอยู่ตลอด ตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่พวกเขาไปทุ่มเงิน 222 ล้านยูโรคว้าตัวเนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลมาจากบาร์เซโลน่า และแถมยังไปคว้าตัวคิลิยัน เอ็มบัปเป้มาจากโมนาโกอีก 180 ล้านยูโรในช่วงซัมเมอร์นี้อีก คราวนี้ทำให้พวกเขาจะถูกสอบสวนอีกครั้ง และจะมีคำตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่ออกมาในเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้นอกจากว่าพวกเขาจะไปซื้อขาดคิลิยัน เอ็มบัปเป้มาแล้ว และล่าสุดพวกเขาก็พึ่งไปคว้าตัวธิโล เคห์เรอร์ กองหลังดาวรุ่งมาจากชาลเก้ 04 ด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโรอีกด้วย ซึ่งมันทำให้จากที่ถูกจ้องเล่นงานอยู่แล้ว และยิ่งไปใช้เงินซื้อนักเตะเข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้เป็นจุดสนใจมากขึ้นด้วย ทั้งๆ ที่พวกเขาก็นิ่งมาตลอดในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนอกจากเอ็มบัปเป้แล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เซ็นต์สัญญานักเตะฟรีเอเย่นต์อย่างจิอันลุยจิ บุฟฟ่อนเพียงคนเดียวเท่านั้น

หากคำตัดสินของสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปออกมาเป็นแนวทางว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงรอดจากการตัดสินว่าผิดกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ก็ถือว่าพวกเขาจะรอดตัวไป แต่มันก็จะเกิดคำถามขึ้นอย่างแน่นอน ว่าทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่ใช้งบประมาณไปเกือบ 500 ล้านยูโรในช่วง 2 ฤดูกาล ทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมงจะมีรายได้มากขนาดนั้นเลยหรือ? ซึ่งจะเป็นคำถามที่ต้องตามมาแน่ๆ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องของการบริหาร ซึ่งพวกเขาก็คงจะมีวิธีลัดเลาะต่างๆ ที่ทำให้อาจจะรอดตัวก็ได้ แต่หากว่าถูกตัดสินว่าจะมีความผิดกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ละก็ ทีนี้ความบันเทิงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะบทลงโทษของกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ก็คือการห้ามเล่นฟุตบอลยุโรปจนกว่าจะทำให้บัญชีของทีมนั้นๆ กลับมาอยู่ให้ตามเงื่อนไขของทางยูฟ่า ให้ได้ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือเป็นการบังคับขายนักเตะออกจากทีมนั่นเอง ซึ่งสุดท้ายต้องมาดูด้วยว่าพวกเขาติดลบเท่าไหร่ และต้องขายนักเตะเพื่อให้ได้เงินมาเท่าไหร่ถึงจะหลุดพ้นจากกฏเกณฑ์นี้ ซึ่งด้วยเวลาของตลาดซื้อขายนักเตะที่กระชั้นชิดเข้ามาแล้วด้วย ทำให้พวกเขาจะต้องเสียเปรียบในการต่อรองอย่างแน่นอน ซึ่งเดี๋ยวเราคงได้เห็นคำตัดสินที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปจะออกมาประกาศกันแล้ว

เรียบเรียงข้อมูลโดย 918kissbyp8.com