บทบาทใหม่ของดิ มาเรีย

    อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์ถือว่าเคยเป็นนักเตะที่มีสถิติค่าตัวสูงอันดับต้นๆ ของโลกคนหนึ่ง ในสมัยที่เขาย้ายจากเรอัล มาดริดมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2014 ด้วยค่าตัวสูงถึง 59.7 ล้านปอนด์(ข้อมูลจาก scr888)เลยทีเดียว ในยุคการคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ที่เข้ามาคุมทีมหลังจากพาทีมชาติฮอลแลนด์คว้าอันดับ 3 ในฟุตอบโลกที่บราซิลได้สำเร็จ แต่กลับมาเล่นอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้นก็เหมือนกับถอดใจ และไม่อยากจะสู้ต่อแล้ว เนื่องจากเขาไม่สามารถปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษได้ ซึ่งอังกฤษเป็นลีกที่มีการปะทะกันสูงที่สุดลีกหนึ่งของโลก แต่ด้วยรูปร่างของเขาที่ผอมกระหร่องทำให้เวลาเบียดแย่งบอลกันนั้นเขาแพ้ตลอด ทำให้ไม่สามารถไปเลี้ยงหลบคู่แข่งได้ง่ายๆ เหมือนอย่างสมัยที่เขาค้าแข้งงกับเรอัล มาดริด และจึงขอย้ายทีมในฤดูกาลถัดมาทันที

ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเขาจึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยค่าตัว 44 ล้านปอนด์ และเขาก็อยู่ค้าแข้งในถิ่นปาร์ค เดอ แปรงค์มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งช่วงแรกเขาก็ได้รับบทบาทเป็นตัวจริงตลอด 2 ฤดูกาลแรก แต่หลังจากการมาของเนย์มาร์ ซุเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ที่มาแย่งตำแหน่งตัวจริงของเขาไป เนื่องจากเล่นในตำแหน่งกองหน้าทางฝั่งซ้ายทับกันเต็มๆ ทำให้เขาต้องมารับบทบาทเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น หรือไม่ก็จะได้ลงสนามในฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ หรือในนัดที่ทีมต้องการพักตัวหลักไว้ ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทใหม่ของเขาเลยทีเดียว แต่ดิ มาเรียก็ทำผลงานให้ทีมได้ดีในการลสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งก็สามารถทำได้ถึง 21 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งในวัย 30 ปีแล้วการหลุดมาเป็นตัวสำรองบ้างก็ถือว่าดีสำหรับการใช้งานเขาในระยะยาวด้วยซ้ำ เนื่องจากร่างกายของเขาจะไม่ได้ถูกใช้งานมากจนเกินไปในแต่ละฤดูกาล

ฤดูกาลนี้อังเดล ดิ มาเรียต้องมาพบกับกุนซือใหม่อีกครั้งเป็นโธมัส ทูเคิ่ล กุนซือหนุ่มชาวเยอรมัน ซึ่งนัดอย่างเป็นทางการนัดแรกของเขาก็ใช้อังเคล ดิ มาเรียทันที เนื่องจาก 3 ตัวหลักในแนวรุกต่างยังไม่พร้อมที่จะเป็นตัวจริงในเกมนี้ ซึ่งดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าวัย 30 ปีก็ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอด โดยทำถึง 2 ประตูช่วยให้ทีมยำใหญ่โมนาโก 4-0 แต่ดูเหมือนว่าบทบาทของเขาจริงๆ ในฤดูกาลนี้ก็คงจะเป็นเพียงตัวสำรองหมายเลข 1 ในตำแหน่งตัวรุกเหมือนเดิม หาก 3 ประสานแดนหน้าของทีมกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว