ความโหดของเอ็มบัปเป้

    หลังจากที่คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองกหน้าดาวรุ่งที่มีส่วนช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ และเขาก็คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย แต่หลังจากนั้นมากองหน้าวัย 19 ปีรายนี้ยังไม่ได้กลับมาลงสนามอย่างเป็นทางการให้กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงเลยแม้แต่นัดเดียว จนกระทั่งมาถึงนัดที่ 2 ของฤดูกาลในศึกลีก เอิงของฝรั่งเศส ที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต้องออกไปเยือนแก็งก็องต์ โดยเอ็มบัปเป้ได้เป็นแค่เพียงตัวสำรองเท่านั้นด้วย

ในเกมวันนั้นโธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนใหม่ชาวเยอรมันที่พึ่งเข้ามารับงานคุมทีมในฤดูกาลนี้ โดยเขามารับงานต่อจากอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนที่ย้ายไปคุมอาร์เซน่อลแล้ว โดยทูเคิ่ลในเกมนั้นเขาจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ตามเดิม โดยกองหน้าเขาใช้เนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยนลงสนามเป็นตัวจริง ร่วมกับอังเคล ดิ มาเรีย ตัวรุกทีมชาติอาร์เจนติน่า และอีกคนคือธิโมธี เวอา กองหน้าดาวรุ่งของทีม ซึ่งเป็นลูกชายของจอร์จ เวอา อดีตกองหน้ารางวัลบัลลง ดอร์ของเอซี มิลานลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนั้น แต่หลังจากจบครึ่งแรกทีมแชมป์เก่ากลับเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 0-1 เลยทำให้ทูเคิ่ลตัดสินใจเปลี่ยนตัวตั้งแต่ช่วงพักครึ่งทันที โดยเอาคิลิยัน เอ็มบัเป้ลงสนามเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเปลี่ยนตัวลงไปแทนธิโมธี เวอา ซึ่งครึ่งแรกเกมรุกของปารีส แซงต์ แชร์กแมงถือว่าง่อยมากเลยทีเดียว เมื่อสามารถหาโอกาสในการทำประตูได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น และไม่สามารถยิงตรงกรอบได้แม้แต่ครั้งเดียว ส่วนทีมเจ้าถิ่นได้โอกาสยิงไปถึง 11 ครั้งเลยทีเดียว

พอคิลิยัน เอ็มบัปเป้ลงสนาม ก็เหมือนสถานการณ์ของทีมก็เปลี่ยนไปทันที และเพียงนาทีที่ 53 เท่านั้น ทีมเยือนก็มาได้จุดโทษ และเป็นเนย์มาร์ ที่สังหารตีเสมอได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นมาพื้นสนามก็เหมือนเป็นฟลอร์ให้กับเอ็มบัปเป้ได้โชว์เลยก็ว่าได้ ทั้งการเลี้ยงแหวกกองหลัง การพาพื้นที่ต่าง และสุดท้ายเขาก็แสดงความแตกต่างด้วยการทำ 2 ประตูให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะได้สำเร็จ 3-1 โดยเขามาทำประตูได้ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 และนาทีที่ 90 ซึ่งเขาสามารถทำได้ถึง 2 ประตู ทั้งๆ ที่อยู่ในสนามเพียง 45 นาทีเท่านั้น ซึ่งเหมือนเป็นการยกระดับความสามารถของเขาก้าวขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้ว ซึ่งหากนับเฉพาะครึ่งหลังเขาช่วยให้ทีมมีโอกาสยิงถึง 12 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งจะเห็นความแตกต่างจากครึ่งแรกได้อย่างชัดเจน