ความห่างชั้น

    ศึกลีก เอิง ที่เป็นลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศส เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากที่มีนักธรุกิจใหญ่หลายรายเข้าไปเทคโอเวอร์สโมสรใหญ่ๆ ในลีกเมืองน้ำหอมนี้ และเริ่มซื้อซุเปอร์สตาร์นักฟุตบอลระดับโลกเข้ามาค้าแข้งด้วย ซึ่งเริ่มตั้งแต่ที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปคว้าพวกเดวิด เบ็คแฮ่ม และคนอื่นๆ มาร่วมทีมแล้ว และก็ตามมาด้วยโมนาโก ที่ก็เคยมีทั้งฮาเมส โรดริเกซ และราดาเมล ฟัลเกา  และโดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุดที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในวงการฟุตบอล ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่างๆ ตามมาจนถึงตอนนี้ด้วยก็คือ การที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เอาเงิน 222 ล้านยูโร เพื่อไปกระชากเนย์มาร์ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ชาวบราซิลมาจากอ้อมอกบาร์เซโลน่านั่นเอง ซึ่งก็ทำให้เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมากว่าลีลาของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกจะเป็นอย่างไรในศึกลีก เอิง แต่มันก็ตามมาด้วยความห่างชั้นกันเกินไปภายในลีก และมันก็ทำให้การรับชม และการขับเขี้ยวแย่งแชมป์กันนั้นมันไม่มีความสนุกเอาเสียเลย

เนื่องจากทีมเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่เนย์มาร์เพียงคนเดียวเท่านั้น พวกเขายังมีเอดินสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งที่ไปซื้อมาจากโมนาโกอีกด้วย รวมถึงนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ ที่เหนือกว่าทีมในลีกเดียวกันอีกมาก ทำให้พวกเขากลายเป็นของประเทศฝรั่งเศสไปเลย ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็คว้าแชมป์ได้ทุกรายการภายในประเทศ ทั้งลีก เอิง เฟรนซ์ คัพ และเฟรนซ์ ลีก คัพ โดยมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเหนือกว่าทีมอื่นๆ อย่างมาก และเมื่อฤดูกาลที่แล้วในลีก เอิง พวกเขาก็ทิ้งโมนาโกที่เป็นอันดับ 2 ถึง 13 คะแนน ทั้งๆ ที่พวกเขาผ่อนคันเริ่งในช่วง 5 นัดสุดท้ายแล้ด้วยซ้ำ ซึ่งนี่เป็นความห่างชั้นที่เป็นช่องว่างที่ใหญ่มากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และก็ยังมีแนวโน้มว่าช่องว่างของความห่างชั้นนี้จะยิ่งกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เมื่อทีมรองแชมป์อย่างโมนาโกก็เสียนักเตะตัวหลักออกไปอีกหลายราย ทั้งฟาบินโญ่ และโตมาส์ เลอมาร์ ทำให้พวกเขาจะอ่อนลงไปกว่าเดิมอีก ส่วนแชมป์อย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เสริมนักเตะอะไรเข้าทีมก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังเหนือกว่าทีมอื่นๆ เยอะมากอยู่ดี ซึ่งจะเห็นได้จากศึกโทรเฟ่ เดอ แชมปิญงล่าสุดที่ทั้ง 2 ทีมพบกัน ก็เป็นทางแชมป์เก่าที่ถล่มยับใส่รองแชมป์ถึง 4-0 ทั้งๆ ที่ใช้ผู้เล่นสำรองลงสนามแทบทั้งทีมด้วยซ้ำ